ตามรอยหลวงปู่ทวด ตำนานลูกแก้ววิเศษ ณ สำนักสงฆ์นาผูกเปล

หลวงปู่ทวด พระเกจิอาจารย์ชื่อดังสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ลือเลื่องในพุทธคุณ ความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะเรื่องความแคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุ และภยันตรายต่างๆ

หลวงปู่ทวด หลายคนเคยได้ยินมาบ้างแล้ว ในตำนานหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

แต่ยังมีอีกหนึ่งตำนานหลวงปู่ทวดที่น่าสนใจ เกี่ยวกับลูกแก้ววิเศษประจำตัวหลวงปู่ทวด นั่นก็คือตำนานพญางูจงอางคายลูกแก้ววิเศษ ณ สำนักสงฆ์นาผูกเปล

สำนักสงฆ์นาผูกเปล
สำนักสงฆ์นาผูกเปล

สำนักสงฆ์นาผูกเปล ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

ด้านหน้าสำนักสงฆ์ ประดิษฐานหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ ตั้งเด่นสง่า อยู่กลางทุ่งหญ้ากว้างๆ อันเป็นสัญลักษณ์ว่าที่นี่คือถิ่นกำเนิดหลวงปู่ทวด

สำนักสงฆ์นาผูกเปล หลวงปู่ทวด

ย้อนกลับไปสมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยหลวงปู่ทวดยังเป็นทารก มีชื่อว่าเด็กชายปู ส่วนพ่อแม่ชื่อ ทวดหู และนางจันทร์

วันหนึ่งพ่อแม่หลวงปู่ทวด ออกไปทำนา เก็บเกี่ยวข้าวในทุ่งนาของเศรษฐีปาน พ่อแม่หลวงปู่ทวดจึงผูกเปลไว้กับต้นมะเม่า 2 ต้น ซึ่งสมัยนั้นมีสัตว์ป่าชุกชุม

เมื่อถึงเวลาที่ต้องให้นมลูก นางจันทร์กลับมาที่เปลของลูกน้อย แต่ปรากฎว่าพบงูบองหลา หรืองูจงอางตัวใหญ่ เลื้อยพันรอบเปลลูกน้อย

นางจันทร์ตกใจ เรียกทวดหู มาช่วยไล่งูจงอาง แต่งูนั้นก็ไม่ยอมไปไหน ทวดหูและทวดจันทร์ จึงได้ตั้งจิตอธิษฐาน ขออย่าให้งูทำร้ายลูก

เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน งูจงอางค่อยๆ เลื้อยหายไป พร้อมกับคายเมือกสีขาวทิ้งไว้ในเปล ต่อมาเมือกสีขาวค่อยๆแข็งตัวเป็นลูกแก้ว

สำนักสงฆ์นาผูกเปล หลวงปู่ทวด
ต้นมะเม่า ณ สำนักสงฆ์นาผูกเปล ที่พ่อแม่หลวงปู่ทวดผูกเปล มีอายุประมาณ 100 ปี เมื่ออายุครบ 100 ปี แล้วตายหรือผุ ที่โคนต้นจะมียอดหน่อ ขึ้นมาวนเวียนอยู่นับหลายร้อยปี ต้นมะเม่าคู่นี้มีอายุประมาณ 437 ปีขึ้นไป​

ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์ปาฏิหาริย์กับลูกแก้วหลายครั้ง กลายเป็นลูกแก้ววิเศษประจำตัวหลวงปู่ทวด นับตั้งแต่นั้นมา

สำนักสงฆ์นาผูกเปล สทิงพระ

ปัจจุบันลูกแก้ววิเศษลูกนี้ ยังคงเก็บรักษาไว้ที่วัดพะโคะ อ.สทิงพระ จ.สงขลา โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถเข้าไปสักการะ กราบไหว้ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น